Leica Microsystems: MICA กล้องจุลทรรศน์ในรูปแบบ MicroHub

MICA คือ Leica Microscope ที่มาในรูปแบบ MicroHub  ที่รวมเทคนิคการถ่ายภาพของกล้องจุลทรรศน์ชนิดภาพมุมกว้าง (Widefield microscopy) และ ชนิดคอนโฟคอล (Confocal Microscopy) เข้าไว้ด้วยกัน ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานอย่างครบถ้วน และการถ่ายภาพตัวอย่างอย่างไร้ขีดจำกัด MICA เป็น Hub ที่รวมเทคนิคการถ่ายภาพของกล้องจุลทรรศน์ชนิดภาพมุมกว้าง (Widefield microscopy) และ ชนิดคอนโฟคอล (Confocal Microscopy) เข้าไว้ด้วยกัน Leica MICA มีทั้ง Hardware และ Software ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพียงแค่กดปุ่ม Smart One Touch การตั้งค่าแสงและพารามิเตอร์ต่างๆ ก็จะได้รับการปรับให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดีที่สุด ลดเวลาในการตั้งค่า และทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย Leica MICA มีรุ่นที่สามารถติดตั้ง Incubator ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ (Temperature), คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), ออกซิเจน (O2), ความชื้น (Humidity) การปนเปื้อนต่างๆ […]

เทคโนโลยี Retraction

เทคโนโลยี Retraction ในเครื่องตัดชิ้นเนื้อแบบมือหมุนทางพยาธิวิทยา (Rotary Microtome) การตัดบล็อกชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาให้มีแผ่นบางสามารถทำได้ไม่ยากมากในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหัวจับใบมีดที่สามารถปรับองศาใบมีด การเลื่อนคมหน้ามีดได้อย่างอิสระทำให้สามารถใช้ใบมีดได้คุ้มค่าที่สุด หรือแม้กระทั่งการพัฒนาหัวจับตัวอย่างให้มีความหลากหลาย เหมาะกับความหลากหลายของชิ้นงานตั้งแต่งานที่มีขนาดเล็กอย่างตัวอย่างสำหรับกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หรือ ตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ Mega cassette การพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้รองรับการตัดชิ้นเนื้อขนาดต่างๆได้ทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ตามเมื่อชิ้นเนื้อทุกขนาดสามารถยึดเข้าการเครื่องตัดชิ้นเนื้อ หรือ Microtome ได้แล้ว ขั้นตอนสำคัญที่สุด ก็คือการตัดชิ้นเนื้อให้มีขนาดบางด้วยใบมีดที่มีความคมสูง โดยการตัดบล็อกชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาให้มีแผ่นบาง โดยเฉพาะการตัดด้วยเครื่องตัดชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาแบบมือหมุน หรือ Rotary microtome หน้าบล็อกชิ้นเนื้อจะถูกเลื่อนลงและขึ้น ให้สัมผัสกับหน้าใบมีด โดยกระบวนการเลื่อนลงและขึ้นนี้เองสามารถทำให้หน้าบล็อกตัวอย่างเราเสียได้ ซึ่งเกิดจากการที่หน้าบล็อกขูดกับใบมีดในขาขึ้นเนื่องจากระยะห่างระหว่างใบมีดกับบล็อกชิ้นเนื้อน้อยมาก ทำให้การขูดหน้าบล็อกเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยลดปัญหาเหล่านี้ คือ เทคโนโลยี Retraction เทคโนโลยี Retraction คือการถอยหลังหัวจับบล็อกตัวอย่าง เมื่อทำการเลื่อนบล็อกตัวอย่างขึ้น เพื่อป้องการไม่ให้หน้าบล็อกตัวอย่างสัมผัสกับใบมีด ก่อนกลับคืนในตำแหน่งที่พร้อมตัดครั้งถัดไป เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถพบได้ในเครื่องตัดชิ้นเนื้อของ Leica ที่รุ่นทั้งแบบมือหมุน (Rotary Microtome) แบบกึ่งอัติโนมัติ (Semi-Automated Rotary Microtome) และ แบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Automated Rotary […]

AirTech – Interactive microscopy class

ในการทำการทดลอง Live cell imaging จำเป็นต้องมีการควบคุมสภาวะต่าง ๆ เพื่อให้เซลล์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ที่จำเป็นต้องควบคุมได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณความเข้มข้นของแก๊ส CO2/O2 ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาสภาวะที่เหมาะสมอย่างแม่นยำตลอดทำการทดลองถ่ายภาพเซลล์ที่มีชีวิต ดังนั้นอุปกรณ์ที่มาช่วยคุมสภาวะให้เซลล์สามารถมีชีวิตรอดภายใต้กล้องจุลทรรศน์จึงมีความสำคัญมากในการทำการทดลอง Live cell imaging โดย “Ibidi stage top inubation systems” ถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการทดลองที่ต้องควบคุมสภาวะภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยการควบคุมสภาวะต่าง ๆ สั่งการได้ง่ายจากหน้าจอควบคุม กล้องจุลทรรศน์ของ Leica สำหรับใช้ในการเรียนการสอนถูกออกแบบมาให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ โดยมีชุดถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล พร้อมทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ เช่น Ipad หรือ Tablet เพื่อดูภาพสด ถ่ายภาพ หรือแชร์ภาพถึงกันได้อย่างง่ายดาย ซึ่งกล้องจุลทรรศน์ที่รองรับ AirTech มีทั้งกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง และกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการสอนของห้องเรียนดิจิตอลได้ดียิ่งขึ้น AirTeach ช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถ ที่มา : https://www.leica-microsystems.com/products/microscope-software/p/airteach/ เรียบเรียงโดย […]

ต้นกำเนิดเทคโนโลยีการตัดตัวอย่างให้มีความบางด้วยเครื่อง Microtome

รู้หรือไม่ว่าเทคนิคการตัดตัวอย่างให้บางด้วย Microtome มีมาตั้งแต่ประมาณปีคริสตศักราช 1865 โดย Wilhelm His, Sir นักกายวิภาคศาสตร์ชาวสวิตซ์ แต่การประดิษฐ์ในครั้งนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำวิจัยบางอย่างที่ต้องอาศัยการศึกษา การตัดตัวอย่างแทนการตัดด้วยมือ เพื่อให้ได้ตัวอย่างที่มีความบางและแม่นยำ โดยคำว่า Microtome ถูกระบุไว้เป็นภาษาเยอรมันว่า Mikrotoms ในยุคแรกของการผลิตเครื่อง ไม่พบเอกสารที่ระบุชัดเจนหรือแพร่กระจายอย่างกว้างขวางถึงต้นของ Microtome เนื่องมาจากเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งสำหรับการตัดตัวอย่างให้มีขนาดบางเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเครื่อง Microtome ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ปัจจุบันชนิดของ Microtome มีลักษณะที่แตกต่างกันมากมาย ขึ้นอยู่กับของการใช้งานของตัวอย่างที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Rotary, Cryomicrotome, Sledge, Ultramicrotome, Vibrating microtome, Saw, และ Laser Microtome โดยทุกชนิดของ Microtome ล้วนมีวัตุประสงค์เพื่อการตัดตัวอย่าง ทั้งชิ้นเนื้อ พืช หรือ วัสดุ ให้มีความบางและสามารถ วิเคราะห์ หรือตรวจสอบ ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ได้ นอกจากนี้ รู้หรือไม่ว่า Leica เองก็มีส่วนในการร่วมพัฒนาและยังเป็นผู้นำในการพัฒนาและผลิตเครื่อง Microtome มายาวนานมากกว่า 145 ปี […]

Live cell imaging – การควบคุมสภาวะภายใต้กล้องจุลทรรศน์

ในการทำการทดลอง Live cell imaging จำเป็นต้องมีการควบคุมสภาวะต่าง ๆ เพื่อให้เซลล์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ที่จำเป็นต้องควบคุมได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณความเข้มข้นของแก๊ส CO2/O2 ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาสภาวะที่เหมาะสมอย่างแม่นยำตลอดทำการทดลองถ่ายภาพเซลล์ที่มีชีวิต ดังนั้นอุปกรณ์ที่มาช่วยคุมสภาวะให้เซลล์สามารถมีชีวิตรอดภายใต้กล้องจุลทรรศน์จึงมีความสำคัญมากในการทำการทดลอง Live cell imaging โดย “Ibidi stage top inubation systems” ถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการทดลองที่ต้องควบคุมสภาวะภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยการควบคุมสภาวะต่าง ๆ สั่งการได้ง่ายจากหน้าจอควบคุม Ibidi stage top inubation systems รองรับการทำงานกับภาชนะที่หลากหลาย ผู้ใช้งานสามารถเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับการทดลองได้ โดย Universal fit สำหรับทำงานกับ Chamber slide หรือ Dish และ K-frame สำหรับการทำงานกับ Multiwell plates ซึ่งทั้งสองโมเดลนี้สามารถวางบนกล้องจุลทรรศน์หัวกลับได้ทุกยี่ห้อ และด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังช่วยในเรื่องของการประหยัดแก๊ส และสามารถควบคุมความเข้มข้นของแก็ส CO2 หรือ O2 อุณหภูมิ […]

Stereo Microscopes for Electronics and Medical Device Manufacturing Industries A60 F & A60 S

Productivity and high precision are required in industrial production such as electronic components or medical devices. The intuitive A60 F and A60 S stereo microscopes fulfill what you need – high sample throughput, optimum visibility of product details and components, and easy processing of subassemblies. The A60 is designed for long periods of continuous use and quickly adapts […]

อะไรที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล แต่ไม่เคยทราบมาก่อน

กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล เป็นหนึ่งในวลีที่นิยมมากในวงการกล้องจุลทรรศน์ และมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่คุณควรรู้ Georg Schlaffer, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Leica microsystems มักถูกถามเกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอลจากลูกค้าและเพื่อนร่วมงานของเขา เขาได้ทำงานร่วมกับนักเขียนสายวิทยาศาสตร์ Jim DeRose เพื่อให้คำตอบที่ครอบคลุมและสำคัญที่สุด ที่จริงแล้วกล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล คืออะไร? กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล ต้องการระบบออปติคในกล้องจุลทรรศน์เพื่อใช้ร่วมกับกล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล แต่ไม่ต้องการเลนส์ตา ภาพของตัวอย่างถูกมองและวิเคราะห์โดยตรงผ่านจอภาพ กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล อาจเป็นกล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอหรือกล้องจุลทรรศน์แบบคอมพาวน์ก็ได้แต่นั่นต้องใช้เลนส์ตาแต่สามารถติดตั้งกล้องถ่ายภาพและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและตำแหน่งของกล้องจุลทรรศน์ สำหรับหลังจากนี้ในบทความเราจะใช้คำว่า กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล เพื่อกล่าวถึงกล้องจุลทรรศน์ที่ไม่มีเลนส์ตา เช่น Leica DVM6, Leica DMS1000 และ Leica DMS300 แต่ไม่ใช่กล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอหรือกล้องจุลทรรศน์แบบคอมพาวน์ที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพ งานใดบ้างที่ฉันสามารถใช้กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอลได้ กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอลเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับวิคราะห์และจัดทำเอกสารของชิ้นงานและตัวอย่างระหว่างการวิจัยและพัฒนา (R&D), การผลิตการตรวจสอบและการประกันคุณภาพ(QC&QA), เช่นเดียวกับงานวิเคราะห์งานเสียจากกระบวนการ(FA) อะไรคือข้อดีของกล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของการยศาสตร์ของเครื่องมือเพราะภาพของตัวอย่างจะถูกถ่ายทอดบนจอภาพ ผู้ใช้งานสามารถมองภาพได้ทันทีและวิเคราะห์ภาพของตัวอย่างได้โดยใช้ซอฟต์แวร์ขณะที่นั่งด้วยความสบายและผ่อนคลายในตำแหน่งที่ถูกต้อง การยศาสตร์ของกล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอลนั้นมีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องจัดการกับตัวอย่างปริมาณมากๆหรือทำงานกับกล้องจุลทรรศน์เป็นเวลานานทุกวัน นอกจากนี้กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอลจำนวนมากยังมีซอฟต์แวร์จัดเก็บประวัติของผู้ใช้งานได้หลายๆคน คุณสมบัตินี้มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้งานหลายๆคนใช้กล้องจุลทรรศน์เดียวกัน ผู้ใช้สามารถเลือกประวัติกล้องจุลทรรศน์ของเขาหรือเธอและเริ่มทำงานได้ทันทีโดยใช้เวลาน้อยหรือไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย

Leica EM TXP : Target Surfacing System

Leica Microsystems Leica EM TXP : Target Surfacing System Leica EM TXP เป็นอุปกรณ์เตรียมชิ้นงานขนาดเล็ก สำหรับการตัด การเลื่อย การเจียร และการขัดตัวอย่าง ก่อนการนำมาตรวจสอบโดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนเทคนิค SEM, TEM และกล้องใช้แสงแบบ Light Microscope (LM) และยังมีส่วนของกล้องสเตอริโอไมโครสโคป ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งและจัดเตรียมชิ้นงานขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและสามารถตัดชิ้นงานตรงตามตำแหน่งที่ได้ระบุไว้ได้  ทำไมถึงจำเป็นต้องมีเครื่อง Leica EM TXP ? Catalog Leica EM TXP หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม >>>> ให้เราติดต่อกลับ ที่มา : https://www.leica-microsystems.com/products/sample-preparation-for-electron-microscopy/p/leica-em-txp/ reference application  : https://www.leica-microsystems.com/products/sample-preparation-for-electron-microscopy/p/leica-em-txp/app/

กล้องจุลทรรศน์หัวกลับสำหรับการตรวจสอบวิเคราะห์

กล้องจุลทรรศน์หัวกลับสำหรับการตรวจสอบวิเคราะห์งานโลหวิทยาและวัสดุศาสตร์ของโรงงานอุตสาหกรรม (Leica DM ILM) งานตรวจสอบและวัดผลทางอุตสาหกรรมทั้งหมดจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดหัวกลับจากทางไลก้าโดยเลนส์ประสิทธิภาพสูงจะให้ความคมชัดของภาพและความแตกต่างจากแสงที่ตกกระทบ, ความสว่าง, แสงโพลาไรซ์และการเรืองแสงจากฟลูออเรสเซนต์ ทั้งนี้กล้องจุลทรรศน์ชนิดหัวกลับจากทางไลก้า ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการตัวอย่างและวัตถุขนาดใหญ่และประหยัดเวลาเมื่อดำเนินการตรวจสอบกับงานวิเคราะห์เชิงลึกและงานทดสอบปริมาณตัวอย่างจำนวนมากเป็นประจำ นอกเหนือจากนั้นจุดเด่นเฉพาะของรุ่นนี้คือสามารถเลือกซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ตามการใช้งานตามความหลากหลายของลูกค้าได้และสามารถบันทึกภาพถ่ายละเอียดได้ตามความต้องการ อีกส่วนหนึ่งกล้องจุลทรรศน์ชนิดหัวกลับจากทางไลก้าออกแบบแหล่งจ่ายไฟมาแบบ LED built-in power supply ซึ่งนอกจากช่วยยิดอายุการใช้งานของหลอดไฟและยังประหยัดเนื้อที่การทำงานอีกด้วย ทั้งนี้กล้องจุลทรรศน์ชนิดหัวกลับจากทางไลก้าถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการรับน้ำหนักสูง – ช่วงการปรับกว้างที่รองรับงานขนาดใหญ่โดยชิ้นงานที่นำมาทดสอบมีน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 8 กิโลกรัม ช่วงการปรับกว้าง 60 x 40 มม. ในทิศทาง x-y ช่วยให้การสแกนรวดเร็วและเข้าถึงส่วนที่จะวิเคราะห์ของชิ้นงานที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเลนส์ของกล้องรุ่นนี้ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อทำให้ชิ้นงานจะได้รับการตรวจสอบอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ จากการปรับเลนส์วัตถุได้ทั้งหมด 4 ตำแหน่งเพื่อใช้เน้นความแม่นยำและความชัดตามความเหมาะสมที่ต้องการวิเคราะห์งาน ถ้างานของคุณอยู่ในกลุ่มโลหวิทยาหรือกลุ่มวัสดุศาสตร์ ในการทำงานโลหะต้องมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและอนุญาตให้ธุรกิจของคุณผลิตผลิตภัณฑ์ในราคาที่ยอมรับได้ ทางเราขอเสนอแนวทางการถ่ายภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์คุณภาพสูงที่ใช้งานง่ายราคาไม่แพงและปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะของคุณ จับคู่กับกล้องและซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกล้องจุลทรรศน์โลหะเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของคุณในขณะที่ให้ความสามารถในการค้นหาข้อบกพร่องอย่างง่ายดายและแม่นยำ

ทำไมกล้องส่องเพชรและอัญมณี ต้องเลือก Leica (Leica Microscope – Gemology Jewelry application)

ทำไมถึงต้องเลือกกล้องส่องเพชรและอัญมณีของ Leica Leica ซีรีย์ S9 เป็นกล้องจุลทรรศน์ชนิดสเตอริโอรุ่นใหม่ล่าสุดแบบให้แสงพิเศษ (Greenough) สำหรับงานตรวจสอบจิวเวลรี่ เช่น เพชร, คริสตัล, พลอย, อัญมณีอื่นๆ Leica S9 ให้ภาพสมจริงและคมชัดมากที่สุดในตลาด อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยี Fusion Optics ซึ่งเป็นสิทธิบัตรจาก Leica ช่วยเพิ่มระยะชัดลึกกว้างถึง 12 มิลลิเมตร ทำให้ค้นหารายละเอียดของเพชรหรืออัญมณีได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วโดยไม่ต้องทำการปรับโฟกัสภาพใหม่ เหมาะสำหรับการตรวจเพื่อออกใบรับรองโดยผู้ชำนาญการด้านเพชรและอัญมณี เช่น GIA Certificate หรือ AIGS Master Gemstone Report ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านจิวเวลรี่ที่ต้องการตรวจคุณสมบัติอัญมณีควรมีไว้เพื่อตรวจทวนสอบ ทางบริษัทขอแนะนำกล้องส่องเพชรและอัญมณี โดยกล้อง Leica ซีรีย์ S9 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเวลาในการทำงานถึง 20% โดยอาศัยเทคนิค Fusion Optics ช่วยให้รายละเอียดของภาพสูงขึ้นกว่าเดิม และด้วยเลนส์เกรด Apochromatic ทำให้ได้ภาพที่มีสีไม่ผิดเพี้ยน สบายตาเหมือนมองด้วยตาเปล่า มี Working Distance หรือ ระยะการทำงานที่กว้างขึ้น […]